เยี่ยมยามเมืองจันทบูร เมืองท่าอันมีพลวัตทางประวัติศาสตร์ต่อสยามประเทศ | Page 54

วัดคาธอลิค พ.ศ. ๒๔๗๙ “วัดแม่พระปฏิสนธิน ร ิ มล” ในคริสต์ศาสนานิกาย โรมันคาทอลิกอยู ท ่ างฝั ง ่ ตะวันตกของแม่น ำ �้ จันทบุรี ส�ำหรับ คนเชื อ ้ สายญวนที น ่ บ ั ถือคริสต์ศาสนา มีประวัต ว ิ า ่ เริ ม ่ สร้าง ครั้งแรกตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ราวปี พ.ศ. ๒๒๕๔ ใน รัชกาลสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ บนฝั่งตะวันตกของแม่น�้ำ จันทบุรี โดยคุณพ่อเฮิ้ต โตแลนติโนและคาทอลิกชาว ญวนขณะนั้นมีเพียง ๑๓๐ คน ต่อมาระหว่างปี พ.ศ. ๒๒๗๓–๒๒๙๕ ปลายรัชกาลสมเด็จพระเจ้าท้ายสระต่อ เนื่องถึงรัชกาลพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ มีการกวาดต้อน ชาวคาทอลิกไปอยู่ที่อยุธยา และบางส่วนหลบหนีจากการ จับกุมเข้าไปอยู่ในป่า วัดหลังที่ ๑ ถูกทอดทิ้ง ต่อมาราว ปี พ.ศ. ๒๒๙๕ บาทหลวงเดอกัวนารวบรวมชาวคาทอลิก ที ก ่ ระจัดกระจายให้มาอยู ท ่ เ ี่ ดิมและรวมตัวกันสร้างวัดหลัง ที่ ๒ ด้วยไม้กระดาน ไม้ไผ่ หลังคามุงด้วยใบตาล ต่อมาในรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ. ๒๓๗๗ บาทหลวงมัทเทียโดและบาทหลวงเคลมังโช่ช ว ่ ยกัน สร้างวัดหลังที่ ๓ โดยย้ายข้ามมาอยู ฝ ่ ง ่ ั ตะวันออกของแม่น ำ �้ จันทบุรี ซึ่งเป็นบริเวณที่วัดปัจจุบันตั้งอยู่ ขณะนั้นเป็นวัด เล็กๆ สร้างด้วยไม้กระดานและไม้ไผ่ปี พ.ศ. ๒๓๘๑ เป็นเวลา วัดคาทอลิกปัจจุบัน 54 คู่มือ “เยี่ยมยามเมืองจันทบูร” เมืองท่าอันมีพลวัตทางประวัติศาสตร์ต่อสยามประเทศ ที ช ่ ม ุ ชนคาทอลิกเติบโตขึ น ้ มาก จึงก่อสร้างวัดหลังที่ ๔ โดย มีสัตบุรุษได้ร่วมแรงร่วมใจและร่วมบริจาคทรัพย์ อาคาร มีลักษณะถาวรมากขึ้น พ.ศ. ๒๔๔๓ บาทหลวงเปรีกาล ชาวฝรั่งเศส เป็นเจ้าอาวาส ได้สร้างวัดหลังที่ ๕ ซึ่งเป็น หลังปัจจุบัน ใช้สถาปัตยกรรมแบบแบบโกธิค กว้าง ๒๐ เมตร และยาว ๖๐ เมตร มียอดแหลมของหอทั้งสองข้าง แต่เมื่อเกิดมีกรณีพิพาทอินโดจีน จึงต้องเอายอดแหลม ของหอทั้งสองออก เพราะเกรงว่าจะเป็นเป้าของระเบิด ทางอากาศ แต่ส ่ ิ งที่ท�ำให้โบสถ์หลังนี้มีความงดงามอีก อย่างหนึ ง ่ คือ การประดับกระจกสีเป็นภาพนักบุญทั ง ้ หมด นับว่าเป็นสิ่งสวยงามล�้ำค่าทั้งทางศิลปะและโบราณวัตถ ควรค่าแก่การอนุรักษ์สืบไป ส่วนคนเชื้อสายญวนที่นับถือพุทธศาสนาทางฝั่ง ตะวันออก ในสมัยรัชกาลที่ ๕ โปรดเกล้าฯ ให้สร้าง “วัด เขตร์นาบุญญาราม” การอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาฝ่ายญวน นั้นในรัชกาลที่ ๔ ครั้งยังทรงผนวช ใคร่จะทราบลัทธิของ พระญวน จึงทรงสอบถาม “องฮึง” ซึ่งต่อมาได้เป็น “พระ ครูคณานัม” สมณาจารย์องค์แรกในรัชกาลต่อมาและยก พระสงฆ์อนัมนิกายขึ น ้ เป็นพระพิธ ห ี ลวงอีกแผนกหนึ ง ่ พระ สงฆ์ในคณะอนัมนิกายได้เข้าเฝ้าถวายพระพรในพระราช พิธีเฉลิมพระชนม์พรรษาเป็นประจ�ำทุกปีจนถึงในรัชกาล ปัจจุบ น ั โดยประกอบพิธ ก ี งเต็กหลวง (กงเต็กหลวง) ถวาย