รายงาน GG 62 Full Report สำหรับผลิต (1) | Page 49

- หน้าที่ ๒๔ - แก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตในองค์รวมได้อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ (ศุภวัฒนากร วงศ์ธนวส และธัชเฉลิม สุทธิพงษ์ประชา, ๒๕๕๖) แต่กระบวนการกระจายอำนาจจะสามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้หรือไม ขึ้นอยู่กับการออกแบบนโยบายและขั้นตอนการถ่ายโอนอำนาจหน้าที่และทรัพยากรจากส่วนกลางไปยังชุมชน ท้องถิ่น (Manor, ๑๙๙๕; Falleti, ๒๐๐๕) โดยต้องคำนึงถึงมิติการกระจายอำนาจ ๓ ด้านตามทฤษฎีของ Rondinelli (๑๙๘๑; ๑๙๙๐) คือ ๑) มิติทางการเมือง (Political Dimension) หมายถึง ถ่ายโอนอำนาจในการตัดสินใจ ด้านการเมืองให้แก่ท้องถิ่นผ่านกระบวนการทางการเมืองที่เป็นทางการ ได้แก่ การเลือกตั้งผู้บริหารและสภา ท้องถิ่น และกระบวนการที่ไม่เป็นทางการ ได้แก่ การทำประชาคมแผนพัฒนาท้องถิ่น Fox and Aranda (๑๙๙๖) และ Schneider (๒๐๐๓) เรียกมิติการกระจายอำนาจด้านการเมืองนี้ว่า “การกระจายอำนาจ ทางด้านรัฐศาสตร์ ” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพในการบริหารจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่นและ สร้างความตระหนักรู้ในสิทธิพลเมืองให้แก่ประชาชน โดยมีเงื่อนไขสำคัญ คือ รัฐธรรมนูญและกฎหมายต้อง ยอมรับในความชอบธรรมของการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นและกระบวนการมีส่วนร่วม เพื่อให้ชุมชนและ ภาคประชาชนเกิ ด ความเชื ่ อ มั ่ น ในกระบวนการกระจายอำนาจและได้ ร ั บ สิ ท ธิ แ ละอำนาจที ่ แ ท้ จ ริ ง ใน การตรวจสอบการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (Falleti, ๒๐๐๕) ๒) มิติทางการคลัง (fiscal dimension) หมายถึง การถ่ายโอนอำนาจในการจัดเก็บ และพัฒนาฐานภาษีและแหล่งรายได้ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (Fjelstad et al., ๒๐๐๔; Wibbels, ๒๐๐๔) ซึ่งต้องทำควบคู่ไปกับกระบวนการเสริมสร้างศักยภาพในการบริหารงบประมาณให้มีประสิทธิภาพ สูงสุดเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน (Musgrave, ๑๙๕๘) ทั้งนี้ ในกรณีที่ องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นมีรายจ่ายสูงกว่ารายได้ ภาครัฐส่วนกลางมีหน้าที่จัดสรรเงินงบประมาณเพื่อชดเชยส่วนต่างงบประมาณ ที่ขาดหายไป เป็นที่มาของ “ระบบเงินอุดหนุนเพื่อเสริมสร้างความเสมอภาคให้แก่องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น ” (Oates, ๑๙๗๒) ๓) มิติทางการบริหาร (Administrative Dimension) หมายถึง การถ่ายโอนอำนาจและ ความรับผิดชอบในการจัดบริการสาธารณะให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (Cohen and Peterson, ๑๙๙๙) ซึ่งถือเป็นมิติที่บูรณาการมิติทางการเมืองและมิติทางการคลังด้วยกัน กล่าวคือ องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นจะมีความเป็นอิสระในการบริหารกิจการสาธารณะภายในชุมชนตนเองได้ก็ต่อเมื่อมีอำนาจทาง การเมืองในการตัดสินใจจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นและข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ในขณะเดียวกัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ต้องจัดเก็บรายได้ด้วยตนเองและสามารถบริหารงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพ สูงสุด แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะสามารถจัดบริการสาธารณะได้ก็จำเป็นต้องมีประสิทธิภาพและ ความเป็นอิสระในการบริหารกิจการภายในขององค์กร ซึ่งก็คือ มิติทางการบริหาร ได้แก่ การบริหารงานบุคคล การบริหารสภาพคล่อง (Cohen and Peterson, ๑๙๙๙; Schneider, ๒๐๐๓; Sudhipongpracha, ๒๐๑๔) ๒.๓.๔ กลไกการกระจายอำนาจ อย่างไรก็ตาม Rondinelli (๑๙๙๐) กล่าวว่า นโยบายกระจายอำนาจจะประสบความสำเร็จ หรือไม่ขึ้นอยู่กับ “ระดับความเป็นอิสระของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ” ในการบริหารมิติการกระจาย อำนาจแต่ละด้านตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ซึ่งระดับความเป็นอิสระนั้นมี ๓ ระดับ คือ