รายงาน GG 62 Full Report สำหรับผลิต (1) | Page 47

- หน้าที่ ๒๒ - ๒๕๔๓ แต่เนื่องด้วยความอุ้ยอ้ายของระบบราชการจึงทำให้ระบบราชการไม่สามารถดำเนินการก้าวไปส การพัฒนาได้อย่างรวดเร็วตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ได เมื่อนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี (พ.ศ. ๒๕๔๔ – ๒๕๔๙) การปฏิรูประบบริหาร ราชการเป็ นหนึ ่ งในนโยบายหลั กของรั ฐบาล โดยรั ฐบาลได้ ดำเนิ นการหลายอย่ างและหลายด้ านที ่ เ ป็ น การขับเคลื่อนการปฏิรูประบบราชการเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการบริหารภาครัฐแนวใหม่อย่างจริงจัง แต่ด้านที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือ การบริหารจัดการภาครัฐในแนวทางของบริษัทธุรกิจเอกชนและ การกระจายอำนาจให้แก่ท้องถิ่น ซึ่งเป็นประเด็นปฏิรูปที่ท้าทายต่อการนำไปปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม ถือได้ว่าใน สมัยนั้นรัฐบาลได้ดำเนินการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบราชการโดยยึดแนวคิดการบริหารภาครัฐแนวใหม ซึ่งในทางนิตินัยได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ ส่งผลให้เกิดการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์ใน การพัฒนาระบบราชการไทยและแผนแม่บทเพื่อการพัฒนาระบบราชการ พ.ศ. ๒๕๔๖-๒๕๔๙ ตลอดจนม การออกพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ และพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ และวิธีการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากระเบียบสำนักนายกรัฐมนตร ว่าด้วยการสร้างระบบการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๒ แม้การปฏิรูประบบราชการตามแนวทางการบริหารภาครัฐแนวใหม่จะเริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นต้นมา แต่นักวิชาการส่วนหนึ่งมองว่าในสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร มีการปฏิรูประบบ บริหารงานภาครัฐตามแนวทางของการบริหารภาครัฐแนวใหม่มากกว่า ในอดีตที่ผ่านมา (เศกสิน ศรีวัฒนานุ - กูลกิจ , ๒๕๔๖) ทั้งนี้ เป็นเพราะมีเป้าหมายและผลลัพธ์ในการปฏิรูปที่ชัดเจน ๓ ประการ คือ ๑) หน่วยงานภาครัฐมีการทำงานตามนโยบายรัฐบาลได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล (สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , ๒๕๔๘) ๒) หน่วยงานในลักษณะกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ที่มีอยู่เดิมมีความคล่องตัวและม โครงสร้างที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น มีรูปแบบการบริหารที่เอื้อต่อการเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพใน การจัดบริการสาธารณะ (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ, ๒๕๔๑) ๓) หน่วยงานภาครัฐมีรูปแบบการทำงานและการประเมินผลงานที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์และม ความโปร่งใสในการทำงาน (โกวิท กังสนันท์ , ๒๕๕๒) จากการกำหนดเป้าหมายในเชิงการบริหารจัดการที่ชัดเจนส่งผลให้การปฏิรูปการบริหาร ภาครัฐตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นต้นมามีความแตกต่างจากการปฏิรูปในอดีต เพราะมีหลักการปฏิรูปที่สำคัญ คือ การเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ความโปร่งใสในการบริหารภาครัฐทั้งในระดับชาติ ภูมิภาค และท้องถิ่น ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๔๐ – ๒๕๔๔) และฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๔๕ – ๒๕๔๙) และเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. ๒๕๔๐ และ กฎหมายลูกที่ตามมา ทั้งนี้ เราจะเห็นได้ว่า ในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้กำหนดให้มีการเพิ่มประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของงานราชการด้วยการลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน การลดภารกิจและยุบเลิกหน่วยงานที่ไม่จำเป็น การถ่ายโอนภารกิจและทรัพยากรไปยังภูมิภาคและท้องถิ่น