รายงาน GG 62 Full Report สำหรับผลิต (1) | страница 46

- หน้าที่ ๒๑ - ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในคริสต์ศตวรรษที่ ๒๐ ตอนต้น (ชัยอนันต์ สมุทวณิช , ๒๕๔๑; วรเดช จันทรศร, ๒๕๕๔) การปฏิรูปโครงสร้างของระบบราชการไทยครั้งใหญ่ได้เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งภายหลังการเปลี่ยนแปลง การปกครองจากระบบสมบู ร ณาญาสิ ท ธิ ร าชย์ เ ป็ น ระบอบประชาธิ ป ไตยอั น มี พ ระมหากษั ต ริ ย ์ ท รงเป็ น พระประมุ ข แต่ เ มื ่ อ วิ เ คราะห์ ถ ึ ง แนวโน้ ม และรู ป แบบของการปฏิ ร ู ป ระบบการบริ ห ารราชการไทย ในช่วงระยะเวลาระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๗๖ และก่อนหน้าปี พ.ศ. ๒๕๔๐ โดยใช้กรอบในการวิเคราะห์และ มุมมองของ Riggs (๑๙๖๖) และ วรเดช จันทรศร (๒๕๕๔) เราจะเห็นได้ว่า การปฏิรูประบบการบริหาร ราชการไทยในช่ ว งเวลาดั ง กล่ า วเป็ น เพี ย งแต่ ก ารปรั บ เปลี ่ ย นที ่ ม ุ ่ ง การขยายตั ว ของระบบราชการที ่ ยั ง ดำรงคงไว้ ซ ึ ่ ง ค่ า นิ ย มและวั ฒนธรรมองค์ ก ารแบบราชการแต่ ไ ม่ ไ ด้ แ ก้ ไ ขปั ญหาที ่ เ กิ ด ขึ ้ น จากโครงสร้ า ง และรูปแบบการทำงานของระบบราชการที่ขาดการประสานงานกันอย่างเป็นเอกภาพ ดังนั้น เราจึงเห็นหน่วยงานราชการบางหน่วยงานทำงานซ้ำซ้อนกับหน่วยงานราชการอื่น ๆ และม ลักษณะต่างคนต่างทำ (Fragmentation) นอกจากนั้นในภาพรวมเรายังไม่สามารถมองเห็นดุลยภาพของ กฎเกณฑ์และระเบียบวินัยกับความยืดหยุ่นและความคล่องตัว (Flexibility) ในระบบการทำงานมีการมองว่า ระบบราชการขาดความโปร่งใสและประชาชนไม่สามารถตรวจสอบการทำงานของข้าราชการ ประชาชนขาด การมีส่วนร่วม ระบบการทำงานและระบบการบริหารยังให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพไม่มากนักส่งผลให ระบบราชการนอกจากจะไม่สามารถทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศได้อย่างเต็มท (ชัยอนันต์ สมุทวณิช , ๒๕๔๑; นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ , ๒๕๔๔; สมคิด เลิศไพฑูรย์ , ๒๕๔๗) และยังไม่สามารถ ประคับประคองระบบเศรษฐกิจของประเทศให้พ้นภัยจากภาวะคุกคามจากภายอกที่มากับลัทธิเสรีนิยมใหม ส่ ง ผลให้ ป ระเทศไทยประสบกั บ ภาวะวิ ก ฤติ ท างเศรษฐกิ จ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ และจำเป็ น ต้ อ งขอรั บ ความช่วยเหลือทางการเงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ภาวะวิกฤติเศรษฐกิจครั้งนั้น นอกจาก จะทำให้ประเทศไทยสูญเสียความเป็นอิสระในการบริหารระบบเศรษฐกิจของตนเองแล้ว ประเทศไทยยังต้อง ทำการปฏิรูประบบราชการไทยครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ๒.๓.๑ การปฏิรูปภาครัฐตามแนวคิด NPM ในระดับประเทศ การปฏิรูประบบบริหารราชการไทยหลังจากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็น การปฏิรูปที่เกิดจากปัจจัยภายนอกมากดดันและสร้างความจำเป็นให้ประเทศไทยต้องปฏิรูประบบบริหาร ราชการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้บริหารระดับประเทศในช่วงภาวะวิกฤติเศรษฐกิจต่างตระหนักดีว่า ประเทศไทย จำเป็นต้องทำการปรับระบบการบริหารราชการของประเทศให้ทันต่อสภาวการณ์แข่งขันในเวทีเศรษฐกิจโลก และเพื่อความอยู่รอดและสามารถฟื้นตัวจากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศส่งผลให้ในสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ได้นำแผนปฏิรูประบบบริหารภาครัฐเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบในวันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ ต่อมา สภาผู้แทนราษฎรได้มีการตรากฎหมายหลายฉบับตามแผนปฏิรูปดังกล่าว เช่น พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ พระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ พระราชบัญญัติทุนวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๔๒ และประกาศใช ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๒ รัฐบาล ของนายชวน หลีกภัย ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องดำเนินการปฏิรูประบบราชการไทยให้แล้วเสร็จภายในปี พ.ศ.