รายงาน GG 62 Full Report สำหรับผลิต (1) | Page 45

- หน้าที่ ๒๐ - กอปรกับความหลากหลายของบริบททางการเมืองและการปกครองของแต่ละประเทศทำให้ Kettl (๒๐๐๐) เสนอแนวทางการปฏิรูปการบริหารงานภาครัฐตามแนวคิดการบริหารภาครัฐแนวใหม่ไว้เป็น ๒ แนวทาง คือ ๑) แนวทางที่ ๑ เป็นแนวทางการปฏิรูปที่มุ่งเน้นการถ่ายโอนภาระหน้าที่การจัดบริการ สาธารณะไปยังองค์การภาคธุรกิจเอกชน (Privatization) ซึ่งเป็นรูปแบบการปฏิรูปสำหรับกลุ่มประเทศใน เครือจักรภพอังกฤษ (British Commonwealth) โดยเฉพาะประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศออสเตรเลีย และ ประเทศสหราชอาณาจักร ซึ่งถือเป็นการปฏิรูปที่มุ่งลดขนาดของภาครัฐและเพิ่มบทบาททางการบริหารกิจการ สาธารณะให้แก่ภาคธุรกิจเอกชน เนื่องจากภาครัฐในประเทศเหล่านี้มีลักษณะเป็นระบบราชการที่รวมศูนย อำนาจและมีจำนวนบุคลากรและบทบาทหน้าที่ที่หลากหลาย ๒) แนวทางที่ ๒ เป็นแนวทางที่ถือกำเนิดขึ้นจากความพยายามในการปฏิรูประบบ การบริหารกิจการสาธารณะท้องถิ่นในประเทศสหรัฐอเมริกา (Reinventing Government) ซึ่งเกิดขึ้นใน ระดั บ รั ฐ บาลสหพั น ธรั ฐ (Federal Government) ในสมั ย ประธานาธิ บ ดี Bill Clinton (Osborne and Gaebler, ๑๙๙๒) ความแตกต่างของแนวทางที่ ๒ จากแนวทางที่ ๑ มีเหตุผลเนื่องมาจากหน่วยงานภาครัฐ ของประเทศสหรัฐอเมริกามีขนาดและอำนาจหน้าที่น้อยกว่าภาครัฐในประเทศกลุ่มเครือจักรภพอังกฤษ การปฏิ รู ปการบริ หารงานภาครั ฐในประเทศสหรั ฐอเมริ กาจึ งเน้ นไปที ่ การเสริ มสร้ างประสิ ทธิ ภาพและ ความคล่องตัวให้แก่หน่วยงานภาครัฐในการจัดบริการสาธารณะมากกว่าจะเป็นการลดขนาดและจำกัดขอบเขต อำนาจหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ กล่าวในอีกนัยหนึ่ง แนวคิดการบริหารภาครัฐแนวใหม่มีลักษณะเป็น “ช่อ (Bundle)” หรือ “ระบบ (System)” ของแนวความคิดและเทคนิคการบริหารที่มีรากฐานมาจากการบริหารงานใน ภาคธุรกิจ เอกชน (Hood, ๑๙๙๑; ๑๙๙๕; Pollitt, ๑๙๙๐) ที่ มุ่ ง เน้ น ผลิ ต ภาพ (Productivity) ประสิ ท ธิ ภ าพ (Efficiency) และผลสัมฤทธิ์ (Results) มากกว่าระเบียบขั้นตอน (Procedures) ตามทฤษฎี Bureaucracy แนวคิ ด การบริ ห ารภาครั ฐ แนวใหม่ จ ึ ง ถื อ เป็ น การเปลี ่ ย นโฉมหน้ า ของการบริ ห ารงานภาครั ฐ จากเดิ ม ท เน้นลำดับชั้นในการบังคับบัญชาและมีการรวมศูนย์อำนาจในการตัดสินใจไปเป็น “การบริหารกิจการสาธารณะ (Public Affairs Management)” ที ่ เ น้ น หลั ก การแข่ ง ขั น ตามกลไกตลาด (Stewart and Walsh, ๑๙๙๒; Flynn, ๑๙๙๓; Walsh, ๑๙๙๕; Clarke and Newman, ๑๙๙๗) ๒.๓ พัฒนาการของการปฏิรูประบบบริหารภาครัฐในประเทศไทย เมื่อเรามองประวัติศาสตร์ทางการบริหารของประเทศ เราจะเห็นได้ว่าระบบราชการไทยเป็นฟันเฟือง สำคัญในการปรับตัวและตอบสนองต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก (Bowornwathana, ๒๐๐๐) หรือเป็น ส่วนหนึ่งของกระแสโลกาภิวัตน์ ดังนั้น เราจึงมองเห็นได้ว่า ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว ประเทศไทยได้มีการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารและการปกครองของประเทศครั้งแรกในรูปแบบ กระทรวง ทบวง กรมให้ทันสมัยและสอดคล้องกับความเป็นรัฐสมัยใหม่ (Modern State) มีการบริหาร องค์ ก ารแบบสมั ย ใหม่ ท ี ่ เ ป็ น ลำดั บ ขั ้ น (Organizational Hierarchy) มี ร ะเบี ย บกฎเกณฑ์ ท างราชการ (Bureaucratic Procedure) ที่ ช ั ด เจน ซึ ่ ง การปฏิ ร ู ป ดั ง กล่ า วส่ ง ผลให้ ป ระเทศไทยมี ค วามเข้ ม แข็ ง ใน การเผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากลัทธิจักรวรรดินิยมตะวันตก (Western Imperialism) ที่เข้ามาครอบงำ