รายงาน GG 62 Full Report สำหรับผลิต (1) | Page 44
- หน้าที่ ๑๙ -
๒.๒ แนวคิดการปฏิรูปภาครัฐตามแนวทางการบริหารภาครัฐแนวใหม่ (New Public Management)
ในช่ ว งระยะเวลา ๒ ทศวรรษที ่ ผ ่ า นมา นั ก วิ ช าการทางด้ า นการบริ ห ารรั ฐ กิ จ มองว่ า กระแส
การปฏิรูปภาครัฐเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่สำคัญและถือว่าเป็น “ขบวนการปฏิรูปการบริหารภาครัฐของ
โลก (Global Public Management Movement)” (Kettl, ๒๐๐๐; Peters, ๒๐๐๑) ท่ า มกลางกระแส
ดังกล่าว แนวคิดการบริหารภาครัฐแนวใหม่ได้กลายเป็นแนวคิดแกนหลักของการปฏิรูปการบริหารงานภาครัฐ
โดยนักวิชาการและชนชั้นผู้นำของไทยภายใต้มโนคติที่ว่า ระบบการบริหารภาครัฐจะต้องมีประสิทธิภาพและ
ความยืดหยุ่นคล่องตัวเช่นเดียวกับองค์การในภาคธุรกิจเอกชน (Cheema, ๒๐๐๕) ทั้งนี้ แนวคิดนี้ยังม
คุณลักษณะอื่น ๆ ได้แก่ ผลิตภาพ (Productivity) และกลยุทธ์การตลาด (Marketization) ที่เน้นการให้บริการ
(Service Orientation) มีการบริหารแบบกระจายอำนาจ (Decentralization) และมีกระบวนการประเมินผล
แบบมุ่งเน้นผลงาน (Kettl, ๒๐๐๐)
๒.๒.๑ อิทธิพลของแนวคิดกลไกตลาดต่อการบริหารภาครัฐแนวใหม
นอกจากนี้ Hood (๑๙๙๑) และ Larbi (๑๙๙๘a; ๑๙๙๘b) ได้ให้ทรรศนะที่สอดคล้องกับ
นักวิชาการที่กล่าวนามมาข้างต้น โดยสรุปได้ว่า Hood และ Larbi มีความคิดเห็นว่า การบริหารภาครัฐ
แนวใหม่มีปรัชญาเกี่ยวกับกลไกตลาด (Market Mechanism) ๒ ประการ คือ
๑) การบริหารจัดการตามแนวปฏิบัติในภาคธุรกิจ (Business-type Managerialism)
ที่เน้นความเป็นอิสระ ความยืดหยุ่น และความคล่องตัวในการบริหารองค์การ โดยจำเป็นต้องมีการระบุผลผลิต
ขององค์การ (Organizational Output) และตัวชี้วัดผลผลิตสำคัญ (Key Performance Indicator) ที่ชัดเจน
ตลอดจนมีระบบการวัดประเมินผลที่เข้มข้นและสม่ำเสมอ (Hood, ๑๙๙๑; Ferlie et al., ๑๙๙๖)
๒) การแข่งขันตามกลไกตลาด (Market Competition) ซึ่งมีที่มาจากเศรษฐศาสตร
องค์การแนวใหม่ (New Institutional Economics) ได้แก่ ทฤษฎี Transaction Cost และทฤษฎี Principal-
Agent (Williamson, ๑๙๗๕; ๑๙๘๕) โดยทฤษฎีเหล่านี้ตั้งอยู่บนฐานคติที่ว่า กลไกตลาดที่เน้นการแข่งขัน
และการลดขนาดภาครัฐตลอดจนการสร้างระบบแรงจูงใจภายในองค์การที่เหมาะสมจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพ
ในการจัดบริการสาธารณะ
๒.๒.๒ กระแสการปฏิรูปการบริหารภาครัฐระดับโลก (Global Public Management Reform
Movement)
จากที่กล่าวมาข้างต้น จึงมองเห็นได้ชัดเจนว่า การบริหารภาครัฐแนวใหม่มีรายละเอียด
ปลี ก ย่ อ ยที ่ แ ตกต่ า งไปจากการบริ ห ารภาครั ฐ แบบดั ้ ง เดิ ม (O’Flynn, ๒๐๐๗) โดยเฉพาะในประเด็ น
ความยืดหยุ่นและคล่องตัวซึ่งเป็นค่านิยมสำคัญของแนวคิดการบริหารภาครัฐแนวใหม่ ซึ่งในประเด็นน
Pfiffner (๒๐๐๔) ได้ ว ิ พ ากษ์ แ ละชี ้ ใ ห้ เ ห็ น ถึ ง จุ ด อ่ อ นของการทำงานตามลำดั บ ขั ้ น การบั ง คั บ บั ญ ชา
(Organizational Hierarchy) ตามทฤษฎี Bureaucracy ของ Max Weber และหลักวิทยาศาสตร์การบริหาร
(Science of Administration) ตามทฤษฎี ข อง Gulick และ Urwick (๑๙๓๗) ข้ อ วิ พ ากษ์ ข อง Pfiffner