เยี่ยมยามเมืองจันทบูร เมืองท่าอันมีพลวัตทางประวัติศาสตร์ต่อสยามประเทศ | страница 47

สร้างเมืองใหม่ท เ ี่ นินวงเพราะบ้านเรือนราษฎรอยู ล ่ ก ึ เข้าไป ข้างหลังเมืองเมืองป้อมที่เนินวงจึงเป็นที่ป้องกันครอบครัว พลเมืองได้ สร้างวัดขึ้น ๑ วัด ชื่อวัดโยธานิมิต ให้เจ้าหมื่น ราชามาตย์ชื่อข�ำไปท�ำป้อมที่แหลมด่านปากน�้ำป้อม ๑ ชื่อ ป้อมภัยพินาศ ที่เขาแหลมสิงห์ป้อมเก่าท�ำเสียใหม่ป้อม ๑ ชื่อป้อมพิฆาตปัจจามิตร แล้วโปรดให้เจ้าหมื่นไวยวรนารถ ชื่อ “ช่วง” ต่อก�ำปั่นขึ้นล�ำหนึ่ง ปากกวาง ๑๐ ศอกเป็น ตัวอย่าง เมื่อน�ำเข้ามาถวาย พระราชทานชื่อว่า “แกล้ว กลางสมุทร” แล้วโปรดให้กลับไปต่อใหม่อีกล�ำหนึ่ง ปาก กว้าง ๔ วา พระราชทานชื่อว่า “ระบิลบัวแก้ว” จากบันทึกหมอบรัดเลย์ที่เดินทางไปจันทบูรเมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๘ กล่าวว่า......วันที่ ๑๙ พฤศจิกายนก็เริ่มเข้าส ปากน� ำ ้ จันทบูร ซึ ง ่ มีภ เ ู ขาโอบล้อมปกป้องไว้และขยายออก ไปในทะเลสามารถป้องกันได้ทั้งสองด้าน ชายฝั่งเป็นแนว ยาวไปทางตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ เขาสระบาป อยู่ภายในแผ่นดินขนานไปกับชายทะเลยอดเขามีกลุ่มเมฆ ลอยปกคลุม พืชพรรณดูแตกต่างไปจากในกรุงเทพฯ น�้ำ ทะเลใสส่วนในแม่น�้ำเป็นหาดโคลน วันที่ ๒๑ พฤศจิกายนก็ออกจากเรือก�ำปั่นใบท ทอดสมออยู่ปากอ่าวมาลงเรือเล็ก มาถึง “อู่ต่อเรือสยาม” ส่วนบ้านพักรับรองท�ำจากไม้ไผ่ซ ง ึ่ อยู ต ่ ด ิ กับอู ต ่ อ ่ เรือนี ต ้ ง ้ ั อยู่ ริมน�้ำซึ่งมีลมเหนือพัดมาแรงทีเดียวจากฝั่งตรงกันข้าม ซึ่ง ก�ำลังจะต่อเรือ ๕๐ ล�ำประกอบไปด้วยเรือ ๒ ชนิด ระวาง ๓๐๐ ถึง ๔๐๐ ตัน ยังมีเรือส�ำเภารบอีก ๓๐-๔๐ ล�ำและ เรือเล็กๆ อีกจ�ำนวนมาก ในพื้นที่ราว ๕๐-๖๐ เอเคอร เหนือจากบริเวณนี ก ้ จ ็ ะเป็นทางเดินที่ใช้ส ำ � หรับการเดินทาง ติดต่อกันได้ดี..... ช่วงเวลาเดียวกันก็สร้างป้อมที่เมืองฉะเชิงเทรา และป้อมคงกระพันที ค ่ ลองบางปลากดที ส ่ มุทรปราการ จาก นั้นสงครามระหว่างสยามและญวนในความขัดแย้งเรื่อง ดินแดนทั้งทางตอนเหนือฝ่ายหัวพัน ลาว และเขมร จึง ด�ำเนินไปเป็นเวลากว่า ๑๔ ปี (ราว พ.ศ. ๒๓๗๖-๒๓๙๐) จารึกวัดโยธานิมิต พ.ศ. ๒๓๗๗ ระบุโดยละเอียด ขึ้นว่า ...เจ้าพระยาพระคลังว่าที่พระสมุหกลาโหม ยก กองทัพออกมารักษาเมืองจัน ทบุรี ให้ท�ำป้อมที่ปากน�้ำ แหลมสิงห์ทั้งสองฝั่ง แล้วดูที่เมืองเก่าไม่เหมาะจะรักษา เมืองไว้จึงเที่ยวหาดูไชยภูมิที่เหมาะสม ให้วัดที่ถางเข้า เป็นเมืองขุดดินพูนเชิงเทินแล้วตั้งปืนใหญ่รายรอบตาม ช่องก�ำแพงเมือง สร้างหนึ่งปีจึงส�ำเร็จ แล้วจึงฝังอาถรรพ หลักเมือง ในวันเสาร์ เดือน ๔ ขึ น ้ ๑๑ ค� ำ ่ จุลศักราช ๑๑๙๗ ปีมะแมศก (ตรงกับวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๓๗๘) ต�ำแหน่งหลักเมืองนั้นมีการสร้างอาคารแบบจีนคลุมอยู แล้วจึงชักชวนนายกองผู้ใหญ่สร้างวัดและเสนาสนะต่างๆ อุทิศถวายแด่พระศาสนา ซึ่งกล่าวเป็นธรรมเนียมในการ ท�ำบุญกุศลที ม ่ ร ี ป ู แบบคล้ายคลึงและใกล้เคียงกับการถวาย หรืออุท ศ ิ สิ ง ่ ของในทางพระศาสนาตามวัดในแถบบางกะจะ เขาพลอยแหวน ซึ่งมีชุมชนและวัดเป็นจ�ำนวนมากที่น่าจะ สร้างขึ้นในคราวการตื่นตัวเพื่อรับศึกครั้งนี้ สร้างวัดอยู่ ๔ สมเด็จเจ้าพระยาบรมหาศรีสุริยวงศ์ ในตระกูลบุนนาค ผู้ม บทบาทการต่อเรือที่จันทบูร อู่ต่อเรือสยามอยู่บริเวณท่าเรือ ของเมืองในเวลาต่อมาที่เรียกว่า ท่าแฉลบ มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธ 47