เยี่ยมยามเมืองจันทบูร เมืองท่าอันมีพลวัตทางประวัติศาสตร์ต่อสยามประเทศ | Page 45
เจ้าเมืองจันทบุรี) (หวาด บุนนาค เป็นเจ้าเมืองจันทบุร
เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๔ หลานปู่ของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหา
ประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) ผู้ถือเป็นนักเรียนนอกรุ่นแรกๆ
ของสยาม ไปเรียนวิชาทหารเรือที่สิงคโปร์ สามารถพูด
ภาษาอังกฤษได้ดีและกลับมารับราชการในกรมท่าสมัย
รัชกาลที่ ๔) และมีจวนที่ท�ำการอยู่ริมคลองท่าสิงห์แถบ
บ้านลุ่ม เมื่อรับเมืองจันทบุรีคืนจากฝรั่งเศสก็ได้คืนกลับ
ไปใช้ที่ท�ำการในเมืองจันทบูรเก่าสักพักหนึ่ง เมื่อมีการตั้ง
มณฑลเทศาภิบาล เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๙ จึงมีการสร้างจวน
เทศาฯ หรือบ้านเทศาที่ท�ำการมณฑลบนเนินถนนตัดใหม
โดยพระยาตรังคภูมาภิบาล (ถนอม บุณยะเกตุ) และสร้าง
ศาลากลาง ในสมัยรัชกาลที่ ๖ พ.ศ. ๒๔๕๙
เศษภาชนะดินเผาแบบไหเคลือบแบบจีนและเซลาดอนเขียว
จากบริเวณวัดแก้วที่ถูกรื้อและเป็นอาคารเรือนยาวใน
ค่ายตากสิน
“เมืองป้อมที่เนินวง”
จนถึงสมัยรัชกาลที่ ๓ สถานที่ว่าราชการเมืองน่า
จะย้ายพื้นที่อยู่บริเวณเมืองป้อมที่เนินวง จากข้อมูลจาก
พระราชพงศาวดารเขียนไว้ไม่มากนัก บันทึกอย่างย่อๆ
ว่า...เมื่อเจ้าพระยาพระคลัง ซึ่งได้ต�ำแหน่งเป็นสมุหพระ
กลาโหมด้วย สยามมีศ ก ึ ปัญหากับญวนอย่างต่อเนื อ ่ ง กลัว
ฝ่ายญวนจะยกทัพเรือเข้ามาโจมตีจึงให้พระยาพระคลัง
เป็นแม่กองระดมต่อเรือป้อมอย่างญวนขึ้น ๘๐ ล�ำเอาไว
ที่กรุง ๔๐ ล�ำ จ่ายไปรักษาหัวเมืองชายทะเล ๔๐ ล�ำจาก
นั้นจึงให้เป็นแม่กองสร้างเมืองจันทบุรี ให้รื้อก�ำแพงเมือง
เก่าเสียเพราะที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปไม่น่าจะรับศึกได้ดี แล้วจึง
มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธ
45