รายงานภาวะเศรษฐกิจท่องเที่ยว ฉบับที่ 3 HEALTH TOURISM | Page 43

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ( Wellness Tourism)
( 3) การเชื่อมโยงอาเซียน และภูมิภาคใกล้เคียงด้วยเส้นทาง การคมนาคมทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน�้า ท�าให้การ เดินทางสะดวกรวดเร็วขึ้น
( 4) รัฐบาลให้ความสนใจ และมีนโยบายในการส่งเสริมการท่องเที่ยว เชิงสุขภาพ
( 5) หน่วยงานในระดับนโยบายมีการบูรณาการในการก�าหนด นโยบายมากขึ้น
อุปสรรคการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ แม้การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของ ไทยมีโอกาสที่สดใส แต่ก็ยังมีอุปสรรคอีกหลายประการ( 1) การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมีรูปแบบการบริการที่หลากหลาย ท�าให้มีหน่วยงานจ�านวนมากที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริม และพัฒนา
( 2) ในการน�านโยบายสู ่การปฏิบัติยังขาดเอกภาพในการด�าเนินการ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคในด้านต่างๆ ได้แก่ การสื่อสาร การขับเคลื่อนการพัฒนา และการสนับสนุนด้านงบประมาณ เพื่อการพัฒนาอย่างเป็นระบบ
( 3) ในระดับนานาชาติต่างเล็งเห็นถึงความส�าคัญของการท่องเที่ยว เชิงสุขภาพ จึงมีการก�าหนดนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อสุขภาพของตนเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ท�าให้เกิด การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดระหว่างประเทศ

ยุทธศาสตร์ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ของไทย

ประเทศไทยเริ ่มมีนโยบาย และมาตรการเกี่ยวกับการให้บริการ เชิงสุขภาพมากว่า 10 ปี ซึ่งปัจจุบันมีการปรับปรุงและถูกก�าหนด ไว้ทั้งในระดับประเทศ และระดับกระทรวง
ระดับประเทศ นโยบายการเป็นศูนย์กลางของบริการทางการแพทย์( Medical Hub) และเป็นศูนย์กลางการให้บริการทางด้านสุขภาพ( Health Hub) เป็นนโยบายที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี พ. ศ. 2547 เรื่อยมา จนล่าสุดได้มีการจัดท�ายุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให้เป็น ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ( พ. ศ. 2559-2568) โดยมีเนื้อหาหลัก ประกอบด้วย 7 ยุทธศาสตร์ 18 กลยุทธ์ ได้แก่
1. การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอ�านวยความสะดวก และระบบบริหารจัดการ ที่มีประสิทธิภาพ และการบริหาร และขับเคลื่อนนโยบายโดยไม่เกิด ผลกระทบต่อระบบสุขภาพไทย
2. การพัฒนาบริการรักษาพยาบาล และบริการเพื่อส่งเสริมสุขภาพ ด้วยการส่งเสริมคุณภาพมาตรฐานของสถานประกอบการและ บุคลากรสู่ระดับสากลการพัฒนาแหล่งน�้าพุร้อนให้เป็นเมืองสปา
รายงานภาวะเศรษฐกิจท่องเที่ยว
41