My first Magazine B-Connect-08-E-Mag | Page 79

เพราะโจโฉบีบบังคับให้เล่าจ๋องไปเป็น เจ้าเมืองเฉงจิ๋ว เมื่อเล่าจ๋องและมารดาเดิน ทางออกจากเมืองเกงจิ๋วแล้ว โจโฉก็ให้อิกิ๋ม ไปดักรอตัดหัวสองแม่ลูกกลับมา
เห็นตัวอย่างเช่นนี้แล้ว ซุนกวนมีหรือ จะกล้าสวามิภักดิ์ต่อโจโฉ แต่สถานการณ์ใน ตอนนั้นก็ท�ำให้ซุนกวนต้องล�ำบากใจ เพราะ ขุนนางทั้งหลายมีความเกรงกลัวกองทัพของ โจโฉ ไม่มีใครมีใจจะสู้รบ เหลือเพียงโลซกที่ อาสาไปหาเล่าปี่เพื่อสืบข่าวและหาแนวร่วม ในการรบกับโจโฉ
เมื่อโลซกพาขงเบ้งมาพบซุนกวนนั้น ได้ย�้ำเตือนขงเบ้งแล้วว่า อย่าบอกว่า ทหาร โจโฉมีจ�ำนวนเท่าใด เพราะเกรงว่าซุนกวน จะตกใจจนไม่กล้ารบ แต่เมื่อขงเบ้งได้พบ ซุนกวนและพิจารณาลักษณะแล้วเห็นว่า โหงวเฮ้งเป็นคนดื้อดึง หากเจรจาสุภาพจะไม่ เชื่อ ต้องยั่วให้โกรธก่อนจึงจะเชื่อ
ขงเบ้งจึงเริ่มการยั่วยุโดยการบอก จ�ำนวนทหารของโจโฉให้มากกว่าจ�ำนวนจริง ทั้งยังให้ค�ำแนะน�ำแก่ซุนกวนว่า ถ้าเห็นว่า สู้ได้ก็สู้ แต่ถ้าเห็นว่าสู้ไม่ได้ก็ให้ยอมเข้าไป ค�ำนับโจโฉ
เจอค�ำแนะน�ำแบบนี้ ซุนกวนจึงย้อน
ถามขงเบ้งว่า ถ้าเช่นนั้นท�ำไมเล่าปี่ไม่ไปค�ำนับโจโฉ ขงเบ้งก็ตอบสวนไปว่า“ นายข้าพเจ้าก็ เป็นเชื้อสายพระเจ้าเหี ้ยนเต้ แลคนทั้งปวง ก็ยกย่องว่ามีสติปัญญาอยู่ ถึงมาตรว่าจะสู้ โจโฉมิได้ก็ดี ซึ่งจะไปอ่อนน้อมนั้นอย่าพึงนึก เลย กลัวจะเป็นที่ติเตียนไปภายหน้า อดสูแก่ คนทั้งปวง ส�ำมะหาแต่เตียนหอง ซึ่งเป็นทหาร
เลวของพระเจ้า เจฮวนก๋ง( จากเรื่องเลียดก๊ก) ยังมีความมานะมิได้ย่อท้อต่อข้าศึกสู้ตายใน สงคราม อันเล่าปี่นายข้าพเจ้าเป็นถึงเพียง นี้หรือจะไม่มีความอาย ซึ่งจะยอมอ่อนน้อม แก่โจโฉนั้นหามิได้แล้ว ผิดก็สู้ตายให้ปรากฏ ไว้”( เจ้าพระยาพระคลัง( หน), 2547: 591)
ถ้อยค�ำของขงเบ้งมีนัยว่า หากซุนกวน ยอมสวามิภักดิ์ต่อโจโฉก็คงจะต้องอับอาย แก่ประชาชน คงถูกต�ำหนิว่าไร้สติปัญญาและ ขี้ขลาด การที่ขงเบ้งเปรียบเทียบซุนกวนกับ เล่าปี่เช่นนี้เป็นการยั่วยุให้ซุนกวนมีมานะใน การต่อสู้กับโจโฉเช่นเดียวกับที่เล่าปี่ไม่ยอม สวามิภักดิ์ต่อโจโฉ แต่ค�ำกล่าวของขงเบ้งนั้น แสนจะดูหมิ่นเหยียดหยามซุนกวนแทบจะ เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ต้องเดินหนีไปหลบฉาก เลียแผลใจสักพัก
โลซกเห็นขงเบ้งพูดจาเช่นนั้นก็ต่อว่า ขงเบ้งที่พูดจาดูหมิ่นนายของตน แต่ขงเบ้งมิได้ สะดุ ้งสะเทือน กลับบอกไปว่า ตนเองมีอุบาย ที่จะก�ำจัดโจโฉได้ง่ายๆ เหมือนพลิกฝ่ามือ แต่ ซุนกวนนั้นใจร้อนวู ่วามเกินไป ตนจึงไม่บอก
โลซกผู้เห็นแก่ประโยชน์ของบ้านเมือง มาก่อนจึงเปลี่ยนอารมณ์ไปเกลี้ยกล่อม ซุนกวนผู้เป็นนายให้ออกมาขอโทษขงเบ้ง และขอค�ำชี้แนะ
เมื่อซุนกวนมาขอขมา ขงเบ้งก็ชี้แนะ ซุนกวนว่า ทหารของโจโฉแม้จะมีมาก แต่ก็ เป็นทหารเชลย ไม่มีใจสู ้รบและทหารเหล่านั้น ไม่เคยรบทางเรือ อีกทั้งยกทัพมาไกล เสบียง อาหารก็จะขัดสน นับเป็นจุดอ่อนที่ปิดช่อง โหว่ได้ยาก
ส่วนฝ่ายซุนกวนนั้นเป็นเจ้าของพื้นที่
ร้อยเอกหญิง บุษดี อรสิริวรรณ อาจารย์จากกองวิชาอักษรศาสตร์ ส่วนการศึกษา โรงเรียนนายร้อย พระจุลจอมเกล้า ที่มีความสนใจส่วนตัว และท�ำงานวิจัยเกี่ยวกับวรรณกรรม สามก๊กในหลายแง่มุม
มีเสบียงอาหารบริบูรณ์ ช�ำนาญการรบทาง เรือย่อมได้เปรียบในการรบนับเป็นจุดแข็ง ของเมืองกังตั๋ง
สุดท้ายขงเบ้งได้ชี้ให้เห็นผลประโยชน์ จากการท�ำศึกในครั้งนี้ คือ ถ้าชนะจะได้ เมืองเกงจิ๋ว ซึ่งโจโฉยึดครองไว้มาเป็นของ ซุนกวน ซึ่งเมืองเกงจิ๋วนั้นเป็นเมืองในฝัน ของใครหลายคน โดยเฉพาะซุนกวนและ ท้ายที่สุดขงเบ้งก็ฝากประโยคนี้ไว้ในอ้อมใจ ของซุนกวน
“ ขอให้ท่านกับเล่าปี่เป็นน�้ำหนึ่งใจ เดียวกัน รวมทหารทั้งสองฝ่ายเข้าช่วยกัน คิดอ่านท�ำการก�ำจัดโจโฉเห็นจะได้ ด้วยทหาร โจโฉเป็นชาวดอน ถึงชาวเมืองเกงจิ๋วซึ่ง ช�ำนาญเรือนั้นเล่าก็เป็นคนจ�ำใจ จะท�ำการก็ มิเต็มมือ เห็นจะสู้กันได้ก็ครั้งนี้”( เจ้าพระยา พระคลัง( หน), 2547: 592)
เมื่อซุนกวนได้เห็นจุดอ่อนของฝ่าย โจโฉและประเมินว่า ฝ่ายของตนมีหนทางที่ จะเอาชนะศึกในครั้งนี้ได้จึงเริ่มมีก�ำลังใจขึ้นมา
แต่การสงครามนั้น ซุนกวนแม้จะเป็น เจ้าเมืองก็ยังต้องฟังความเห็นจากขุนนางทั ้ง ฝ่ายทหารและพลเรือน หากยังไม่ได้รับความ เห็นชอบจากแม่ทัพคนส�ำคัญ ซุนกวนมีหรือ จะกล้าประกาศสงครามกับโจโฉ
แม่ทัพคนส�ำคัญนั้นจะเป็นใคร โปรด ติดตามตอนต่อไป
B-CONNECT MAGAZINE 77