B Connectmag Issue 11 e-Mag-B-Connect-11 | Seite 95

ส� ำ หรั บ ในกรุ ง เทพฯ นอกจากพระราชานสาวรี ย ์ ที่ ว งเวี ย นใหญ่ แ ล้ ว ยั ง มี อี ก แห่ ง ที่วัดสุวรรณารามราชวรวิหาร หรือ “วัดทอง” จรัญสนิทวงศ์ 32 บางกอกน้อยอีกแห่ง วัดนี้ส�ำหรับคนยุคนี้อาจเป็นที่ใครๆ ขับผ่านไปอย่างไม่ใส่ใจนัก โดยเฉพาะเมื่อความเจริญ คื บ คลานมาถึ ง ฝั ่ ง ธนและมี ก ารก่ อ สร้ า งรถไฟฟ้ า ท�ำ ให้ จ ราจรย่ า นนี้ อ าจไม่ ค ล่ อ งตั ว นั ก แต่ส�ำหรับวันหยุดแล้วตรงข้ามเลยทีเดียว ที่ส�ำคัญ วัดแห่งนี้ถือเป็นปูชียสถานที่มีความเป็น มายาวนานตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาและเป็นลานประหารเชลยศึกพม่าที่จับมาได้จากค่าย บางแก้ว จ.ราชบุรี กว่า 1,300 ชีวิตและฝั่งอยู่โดยรอบวัดแห่งนี้ !! ที่ตั้งของวัดเข้าจากซอยจรัญสนิทวงศ์ 32 ราวๆ 700 เมตร ผ่านโรงเรียนชื่อเดียวกันวัดมา ก่อน จากนั้นไปตามทางบังคับก็จะถึงวัด เมื่อดูจากภายนอกก็เห็นวัดขนาดกระทัดรัด หันหน้า สู่คลองบางกอกน้อย ซึ่งด้านนี้เดิมถือเป็นด้านหน้าวัดมาแต่โบราณ เนื่องจากในอดีตการเดิน ทางใช้เรือเป็นหลัก แต่เมื่อความเจริญเยื้องกรายเข้ามา มีถนนเข้าถึงด้านหน้าของวัดก็กลับ กลายเป็นด้านหลังของวัดโดยปริยายและบริเวณด้านติดคลองนี้เองที่ทางวัดได้อัญเชิญพระ ราชานุสาวรีย์ของพระเจ้าตากสินมหาราชที่มาจากโผวเล้ง ประเทศจีน บ้านเกิดของพระองค มาประดิษฐานในปี 2558 พร้อมกับท�ำพิธีขออโหสิกรรมดวงวิญญาณเชลยพม่าที่ถูกประหาร ชีวิตฝังไว้ในวัดแห่งนี้ด้วย นอกจากนี้ วัดสุวรรณารามราชวรวิหาร ยังมีหลวงพ่อศาสดา พระพุทธรูปสมัยสุโขทัย ปางมารวิชัยที่ชาวบ้านมากราบไหว้ขอพรหรือบนบานศาลกล่าว และแก้บนด้วยการวิ่งม้า ซึ่ง ใช้คนวิ่งควบผ้าขาวม้าที่พับเป็นสัญลักษณ์แทนม้าเท่านั้น ส่ ว นภายในพระอุ โ บสถยั ง มี ศิ ล ปล�้ ำ ค่ า อี ก ประการ คื อ ภาพจิ ต รกรรมฝาผนั ง ด้านในที่เขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 อันเป็นพระราชประสงค์เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จมายัง วัดนี้ และถือเป็นภาพจิตรกรรมที่โดดเด่นและสมบูรณ์ที่สุดในยุคต้นรัตนโกสินทร์ เนื่องจาก เป็นผลงานของสุดยอดสองช่างศิลป์ในสมัยนั้นที่ ซึ่งก็คือหลวงวิจิตรเจษฎา (ครูทองอยู่) ซึ่ง เชี่ยวชาญการเขียนภาพแบบไทยที่เขียนประชันฝีมือกับหลวงเสนีย์บริรักษ์ (ครูคงแป๊ะ) ซึ่ง เชี่ยวชาญการเขียนภาพแบบจีน แต่ทั้งสองแนวบก็กลับกลมกลืนกันได้ด ละแวกใกล้เคียงวัดก็เป็นชุมชนตรอกข้าวเม่าที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี และสืบทอด วัฒนธรรม การท�ำอาหารและขนมจากข้าวเม่าจนถึงปัจจุบัน อาทิ ข้าวเม่าหมี่ อาหารว่าง โบราณ ภูมิปัญญาของชาวบ้านที่สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่สมัยอยุธยาข้าวเม่าราง กระยาสารท ฯลฯ และขอเชิญให้ชมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่ยังเก็บรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ในอดีต ซึ่งเป็น ร่องรอยแห่งวัฒนธรรมเพื่อไว้บอกต่อจากรุ่นสู่รุ่นและหากไปวันเสาร์อาทิตย์ก็เยี่ยมชม ช็อป ชิม ชิลล์กับตลาดบางกอกน้อย หรือตลาดไร้คาน ซึ่งติดริมน�้ำด้านข้างวัดได้เลย มีร้านค้า การแสดงและงานหัตถกรรมจากบ้านบุที่น�ำงานขันลงหินและงานสแตนเลสขึ้นรูปด้วยมือมา จ�ำหน่ายอีกด้วย B-CONNECT MAGAZINE 93