B Connect Issue 12 B-Connect-12 | Page 117

อยู่ตรงกลาง ณ วันนี้ เราอบรมชาวนาไป 300 กว่าคน เหลือคนท�ำจริงแค่ 38 ครอบครัว และรุ่นแรกที่อบรมตอนนี้ก็กลับไปใช้เคมีแล้ว เนื่องจาก การเป็นผู้น�ำเกษตรกรจะมีรายได้เป็นเปอร์เซนต์จากปุ๋ย ยาฆ่าแมลง Q ดูใช้พลังมากเหลือเกิน แล้วเราดูแลกับชาวนาที่ไม่แปร พักตร์และอยู่กับเราจริงๆ หลังปี 2004 ที่มีการยึดอ�ำนาจ ตอนนั้นไม่มีจ�ำน�ำข้าวแล้ว เรารับซื อ ้ ราคาสูงกว่าราคาตลาดเล็กน้อย แต่ถ า ้ เราซื อ ้ ข้าวเหนียวขาว ที่กินกับส้มต�ำ 1.8 หมื่นบาท พอสีเป็นข้าวออกมา ไม่มีใครซื้อเราแน แต่เราเคยท�ำตลาดข้าวกล้องเหนียว ก็ลองเอาราคานี้มาค�ำนวณเพื่อ คิดเป็นราคาขายปลีก โดยคิดว่าต้องตั ง ้ ราคาที เ ่ ท่าไร เราจึงจะอยู ร ่ อด ได้และรับซื อ ้ ที่ 1.8 หมื น ่ บาทได้ด ว ้ ย ก็ได้ราคาขายปลีกส่งในห้างและ ส่งถึงบ้านก็ตกประมาณกิโลกรัมละ 50 บาท ขายที่วิลล่า 2 กก. 100 บาท, ส่งบิ๊กซี 5 กก. 219 บาท เท่ากับเรารับซื้อที่ 1.5 หมื่นบาท หัก ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ประมาณ 3,000 บาท ปรากฏว่าในระยะเวลา 3-4 ปี เราซื้อมาประมาณ 2,000 ตัน ทุกวันนี้สต็อกยังขายไม่หมดและ ต้องหยุดรับสมาชิกใหม่เพิ่ม ขณะเดียวกัน เราก็ต อ ้ งย้อนกลับไปที ส ่ มาชิกชาวนา 38 ครอบครัว ว่า เมื อ ่ ซื อ ้ แพงก็ต อ ้ งขายแพง เมื อ ่ ขายแพงก็ขายได้น อ ้ ย แต่เป้าหมาย ของเราคือเราจะขยายพื้นที่นาทั้งจังหวัดเชียงใหม่ใช่หรือไม่ ฉะนั้น คุณต้องยอมรับความเป็นจริงว่า เราต้องขายข้าวที่ไม่ใช้สารเคมีใน ราคาเท่ากับข้าวที ใ ่ ช้สารเคมี แต่โครงการนี จ ้ ะให้เงื อ ่ นไขเพิ ม ่ เติมและ ขับเคลื่อนมาเรื่อยๆ ด้วยหลักการนี้ นั่นคือ หนึ่ง - เราท�ำโครงการร่วมกันเมื่อมีก�ำไรก็จะแบ่งคืนตามก�ำไรท พวกเขาน�ำมาขายผ่านโครงการ เหมือนธุรกิจปกติที่ต้องคืนผลก�ำไร ให้ผู้ถือหุ้น 100% หลังหักค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้ว แต่ของเราแทนท จะคืนให้ผู้ถือหุ้น เราคืนให้ชาวนาก่อน 100% สอง - การท�ำเกษตรตามศาสตร์พระราชา เกษตรกรจะมีพืชผัก ที่ปลูกตามหัวคันนา ตามโคกต่างๆ เราจะน�ำพืชผักเหล่านั้นมาสร้าง รายได้ที่เราเรียกว่า “รายรับ” รายสัปดาห์ให้เกษตรกรกลุ่มนี้จาก เชียงใหม่และมาเปิดตลาดนัดที่กรุงเทพฯ ตรงพระราม 9 ซอย 17 Q ฟังดูดี แล้วเกษตรกรอยู่ได้หรือยัง กับโมเดลธุรกิจน ยังอยู ไ ่ ม่ได้ เพราะเกษตรกรยังปลูกน้อยอยู่ และขนาดตลาด ก็ยังไม่มากพอ เชื่อหรือไม่ว่า เกษตรกรปลูกข้าวก็ไม่เคยกิน เองหรือปลูกพืชผักก็ไม่เคยกิน มีแต่เอาผลผลิตไปขาย เอาเงินกลับ มาซื้อกิน ดังนั้น จะเห็นได้ว่า “รถพุ่มพวง” ตามต่างจังหวัดนี่เต็มไป หมด เราต้องเปลี่ยนแปลงความคิดของคนต่างจังหวัดตรงนี้ด้วยว่า ท�ำอย่างไรจึงจะมีชีวิตที่พอเพียงจริงๆ ไม่ใช่ทุกอย่างซื้อกินหมดแล้ว อย่างนี้จะมั่งคั่ง ยั่งยืนได้อย่างไร ในจ� ำ นวน 38 ครอบครั ว ก็ ไ ม่ ไ ด้ ส ่ ง พื ช ผั ก มาขายตลาดนั ด ทุกราย ด้วยข้ออ้างที ว ่ า ่ เป็นที น ่ าเช่า เจ้าของที ด ่ น ิ ไม่ให้ขยายหัวคันนา จาก 1 เป็น 2 เมตร เพื่อปลูกผัก ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ทั้งนี้ เรามีตัวอย่าง ความส�ำเร็จที่ท�ำด้วยมือ เพื่อปรับหัวคันนาจาก 1 เป็น 1 เมตร โดยไม่ใช้เครื่องจักร แต่ต้องใช้เวลาประมาณ 1 ปี ใครท�ำก่อน รอดก่อน อย่างไรก็ตาม ในรายที่ท�ำเกษตรเชิงเดี่ยวมากไปส่วนมาก ก่อหนี้จนความสามารถที่จะช�ำระกันอยู่แล้ว Q ต้องใช้เวลาเหมือนกันทั ง ้ กับเกษตรกรและการท�ำตลาด ใช่ ในส่วนของเกษตรกร ตอนนี้ผมมุ่งเป้ามาที่เกษตรกร รุ่นใหม่ เพราะเกษตรกรที่อายุมากกว่า 55 จ้างคนท�ำหมด ตั้งแต่จ้างหว่าน จ้างเกี่ยว ทั้งที่จริงๆ แล้วการท�ำเกษตรตามแนวคิด ศาสตร์พระราชา เกษตรกรสามารถรวมกลุ ม ่ กันท�ำได้ เช่น การท�ำปุ ย ๋ เม็ด การรวมกันเพื่อแชร์รถไถ ในส่วนของการตลาด การที ผ ่ มเป็นผู จ ้ ด ั การโครงการนั น ่ ก็ค อ ื ผม ต้องท�ำการสื อ ่ สารกับสาธารณะว่า เราเป็นโครงการที ท ่ ำ � อะไร ท�ำเพื อ ่ อะไร ต้องท�ำการตลาด เพื่อช่วยเกษตรกรระบายสต็อกข้าว ซึ่งตอน นี้ สต็อกข้าวยังมีอยู่มาก เราเองก็หยุดรับเกษตรกรสมาชิกแล้วมุ่งมา ขยายตลาดอย่างจริงจัง ผมยอมรับว่า เราท�ำการตลาดน้อย สื่อสาร การตลาดยังไม่ดีพอ เราต้องรุกหนักกว่านี้ ทั้งนี้ ในส่วนของระบบ การสั่งซื้อเรามีทั้งเฟซบุ๊คแฟนเพจ ไลน์แอพพลิเคชั่นที่มีสมาชิกใน เครือข่ายท�ำหน้าที ข ่ นส่งแบบถึงบ้าน โดยเราส่งข้าวให้ราคา 180 บาท โดยให้ค่าขนส่ง 50 บาทสหรับการขนส่งในรัศมี 5 กม.จากบ้าน และ ค่าบริหารจัดการ 20 บาท แต่ก็ต้องเข้าใจด้วยว่า คนไทยบริโภคข้าว กล้องเหนียวน้อย เพราะความเชื่อที่ผิดๆ ว่า ไม่อร่อย ฝาด เหนียว ความจริงไม่ใช่ เมื่อหุงแล้วจะเหมือนข้าวญี่ปุ่นด้วยซ�้ำ แต่เราก็มีข้าว หอมมะลิขายด้วย ส�ำหรับการขายพืชผักของเกษตรกร ตอนนี้ ยอดขายผักช่วงเสาร อาทิตย์เพิ ม ่ ขึ น ้ เรามีแผนที จ ่ ะขายผักในกรุงเทพฯ โดยใช้รถที ส ่ ามารถ เกิดปีกด้านข้าง ด้านหลังได้เหมือนรถ Food Truck เนื่องจากยอด ขายผักในตลาดนัดยังเติบโตได้อีก แต่ก็เติบโตไม่เท่ากับผลผลิตที่เรา มี ซึ่งตรงนี้เราสนใจปริมาณว่าท�ำอย่างไรจึงจะขายได้มากขึ้น แผน ณ ตอนนี้คิดไว้ว่า น่าจะใช้โซเชียลมีเดียโดยให้ผู้มีความประสงค์จะ ซื อ ้ สินค้าโพสต์เข้ามาว่ามีความต้องการๆๆ ซึ ง ่ จะเห็นดีมานด์ในแต่ละ ท�ำเลได้ หรือเราโพสต์ว่าวันนี้ๆ เราจะไปที่ไหนก็จะสามารถประสาน งานกับคนในพื น ้ ที ไ ่ ด้ ไอเดียนี ม ้ าจากตอนที ผ ่ มส่งข้าวและล�ำไยที ไ ่ ม่ใช สารเคมี เพื อ ่ ให้บริการแบบส่งถึงบ้าน เราก็เลยจะใช้ไอเดียนี ใ ้ นการจัด ส่งผักด้วย เรามีตัวอย่างความส�ำเร็จว่า ถ้าไม่จ้างแรงงานช่วยปลูก แล้วท�ำ กันแค่สองคนสามีภรรยาอย่างมาท�ำได้ไม่เกิน 2 ไร่ ตอนนี้เราอยู่ใน เฟส 2 คือการขยายฐานคนปลูกและการขยายฐานตลาดๆๆ วนกันไป อย่างนี้ ผมก็ให้เวลาตัวเองอีก9 ปีที่จะต้องผลักดันตรงนี้ให้ได้ เพราะ ตอนนี้ก็ 43 แล้วผมก็มุ่งมั่นที่จะท�ำให้ส�ำเร็จให้ได้ เพื่อให้เกษตรกร มั่งคั่ง ยั่งยืนได้จริงๆ B-CONNECT MAGAZINE 115